2010-10-26

Human Growth Hormone คืออะไร


Human Growth Hormone คือ??
Human Growth Hormone(HGH) ถูกผลิตโดยต่อมใต้สมอง โดยก่อนที่ HGH นั้นจะถูกผลิตได้นั้นจะต้องมีฮอร์โมนซึ่งเป็นตัวกระตุ้นต่อมใต้สมองอีกที ฮอร์โมนสองตัวนั้นได้แก่ HGHRH ( Human Growth Hormone Releasing Hormone) และ Somatostatin (SST) ฮอร์โมนสองตัวนี้นั้นมีผลโดยตรงว่าร่างกายจะผลิต HGH มากหรือน้อยแค่ไหน อีกอย่างที่ส่งผลต่อจำนวนการผลิตHGHคือ อาหารหลัก อาหารเสริม และการออกกำลังกาย เมื่อHGH ถูกปล่อยออกมาเรามีชื่อเรียกทางเคมีของเขาอีกชื่อหนึ่งคือ Somatotropin (STH) ซึ่งSTHนั้นมีหลายหน้าที่และเกี่ยวข้องกับหลายระบบในร่างกาย HGH เป็นโปรตีนซีงกระตุ้นให้ร่างกายเกิดการผลิตเซลล์ใหม่และทำให้เซลล์เก่าเจริญเติบโต นอกจากนั้นยังช่วยให้ amino เข้าสู่cell membrane (cell membrane คือตัวที่มีการทำหน้าที่ของการเข้าออกของน้ำและสารอาหารต่างๆในเซลล์) ได้ดีขึ้น ในที่นี้คืออาหารเข้าสู่เซลล์มากขึ้น อันนี้หมายความว่าร่างกายจะมีความเป็น ANABOLIC มากขึ้น HGH นั้นยังทำให้ร่างกายใช้ carbohydrate เป็นพลังงานน้อยลง และเบี่ยงให้ร่างกายมาใช้ไขมันแทน ฉะนั้นจากการทำstudy วิจัยและวารสารการแพทย์ต่างๆ รวมถึงใน abstract นั้นพบว่า HGH นั้นสามารถสร้างกล้ามเนื้อและลดไขมันได้แม้เป็นเพียงการใช้ในปริมาณที่ต่ำมาก โดยปริมาณที่ใช้คือ 0.028iu/kg/วัน ติดต่อกัน 24อาทิตย์ แต่ในความคิดของผมคือปริมาณการใช้นี้น้อยเกินไปสำหรับเพื่อการสร้างกล้ามเนื้อ ถ้าสำหรับนักเพาะกายที่หนัก 100โล นั้นหมายความว่าเขาต้องใช้เพียง2.8iu ต่อวัน ซึ่งนั่นเป็นปริมาณการใช้ที่น้อยเกินไป แต่การคำณวณน้ำหนักตัวนั้นจำเป็นที่จะต้องดูที่ LBM (Lean body mass) หรือน้ำหนักตัวที่ไม่รวมไขมันนั่นเอง เพราะว่ากล้ามเนื้อ กระดูก อวัยวะต่างๆ เป็นสิ่งที่ active หมายความว่าไขมันนั้นแทบไม่เกี่ยวกับการคำณวณการใช้ต่อวัน ในที่นี้ผมจึงคิดว่าหากเราแค่เป็นคนธรรมดาและไม่ใช่นักเพาะกาย ฉะนั้นสูตร0.028/iu/วัน นั้นสามารถใช้ได้กับคนธรรมดาได้ HGH เมื่อใช้ในนักกีฬาโดยปริมาณที่ใช้นั้นคือ 0.028iu*2/วัน/kg แม้ในงานวิจัยจะบอกว่าการใช้ติดต่อกันนั้นนาน24อาทิตย์แต่อย่างไรก็ตาม คนส่วนใหญ่เริ่มเห็นผลชัดเจนภายในเวลาสองเดือนเท่านั้น และการใช้HGHโดยปกตินั้นคนเราจะใช้กันอย่างน้อย 6เดือนต่อหนึ่งปี หรือไม่ก็ใช้ทั้งปีเลยก็มี เพื่อนผมคนนึงสามารถมี bodyfat หรือว่า%ไขมันนร่างกายอยู่ได้ 6-7% ได้ตลอดปี (สำหรับผู้ที่ไม่ทราบว่าไขมัน 6-7% นั้นน้อยแค่ไหน คือว่าโดยประมาณแล้วผู้ชายที่มีกล้ามท้องแบบsix pakนั้นมีได้ที่ไขมัน10% ซึ่ง 6%กับ 10% แม้ตัวเลขจะดูแตกต่างกันน้อยมากแต่ว่าในความเป็นจริงแล้วหากเราพบคนสองคนนี้จะดูแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง อย่างน้อยๆคนๆนี้ ต้องมีเส้นเลือดขึ้นกล้ามท้อง และหนังคงบางมากจนแทบไม่มีไขมันเหลืออยู่เลย ต่างกับsteroidซึ่งมักจะทำให้หัวใจแข็งแรงน้อยลง แต่ HGH นั้นในงานวิจัยและการทดสอบ กลุ่มคนพบว่าการทำคาร์ดิโอ หรือการออกกำลังกายแบบพวกaerobicนั้นกลับง่ายขึ้น หรือว่าง่ายๆเหนื่อยน้อยลง ณ ตอนที่ใช้ HGH

HGHนั้นทำให้ร่างกายมีความเป็น anabolic แทบจะตลอดเวลาแม้กระทั่งเวลาที่นักกีฬาหลับหรือพักผ่อนก็ตามร่างกายก็ยังคงสร้างกล้ามเนื้อได้อย่างต่อเนื่อง ฉะนั้นการใช้ HGH นั้นโดยคร่าวๆคือสามารถสร้างกล้าม ลดไขมัน และก็เพิ่มความทนทานของกล้ามเนื้อได้ด้วย HGH นั้นมีความสามารถในการผลิตหรือสร้าง/ซ่อมแซมขึ้นมาใหม่(ในที่นี้แม้กระทั่งการรักษาอาการบาดเจ็บ) กระดูกอ่อน อย่างไรก็ตามตัวกระดูกอ่อนนี้ไม่ได้ถูกสร้างจากHGH โดยตรงแต่ถูกสร้างขึ้นจากการที่ HGH นั้นไปกระตุ้นตับ ให้ผลิต IGF-1 (Somatomedin) ซึ่ง IGF-1 ต่างหากที่เป็นตัวการสั่งให้ร่างกายมีการผลิตกระดูกอ่อนใหม่ แม้ว่าตัว IGF-1 นั้นจะเป็นตัวผลิตกระดูกอ่อน แต่HGHนั้นเป็นตัวที่สร้างและเพิ่มมวลกระดูกโดยตรงโดยไม่เกี่ยวกับIGF-1เลย HGH นั้นยังเพิ่มการผลิตเม็ดเลือดแดง ซี่งการมีเม็ดเลือดแดงเพิ่มนั้นเป็นผลบวกสำหรับการสร้างกล้ามเนื้อและสร้างความทนทาน การใช้HGHในปริมาณมากๆ ในที่นี้คือ 5iu ต่อวันขึ้นไป นั้นจะกดปริมาณ HGHในตัวเราซึ่งร่างกายสร้างขึ้นโดยธรรมชาติ โดยHGHนั้นจะมีระดับอยู่ค่อนข้างสูงในคนอายุประมาณ20ปีขึ้นไป และจะค่อยๆลดลงโดยประมาณอายุ50ปีก็แทบจะไม่เหลืออะไรแล้ว เรื่องHGHของปลอม HGHของปลอมนั้นคือ HCG เพราะว่า HCGซึ่งเป็นฮอร์โมนอีกตัวซึ่งราคาถูกกว่ามากและมีวิธีการตรวจจับที่ง่ายและได้ผลคือการเอาHCGมา ฉีดใส่ที่ตรวจครรภ์ หากผลออกมาเป็นบวกนั้นก็จะบอกได้ว่า HGHนี้เป็นของปลอมแน่นอน เหตุผลที่คนส่วนใหญ่มักเอาHCG มาปลอมเป็นHGH เพราะลักษณะผงรวมทั้งวิธีการผสมและใช้นั้นเหมือนกับHGHเลย ผลข้างเคียงของHGH

HGHในสมัยก่อนนั้นยังไม่มีการผลิตฉะนั้นวิธีที่เขาเอาHGHมาใช้กันคือเอามาจากศพของคนที่ตายแล้ว การที่ใช้HGHที่เอามาจากต่อมใต้สมองของศพนั้นจะทำให้มีผลข้างเคียงต่างๆคือ
1.อาการอ่อนแรงที่ข้อมือและforearm (carpel tunnel syndrome)
2.อาการการโตของกระดูกข้อมือ เท้า และหน้าผาก
3.การขยายของอวัยวะภายใน เช่นพวก ตับ ไต ไส้พุงที่มีขนาดใหญ่ขึ้น ผลข้างเคียงพวกนี้มีโอกาสเกิดขึ้นกับพวกHGHที่เอามาจากศพโดยตรง
แต่อย่างไรก็ตามหากเป็น synthetic HGH หรือ HGHที่สังเคราะห์ขึ้นมานั้นอาการดังกล่าวนั้นไม่พบ สมัยนี้HGHแบบที่เอามาจากศพคนนั้นได้หมดไปแล้ว

HGHนั้นแม้จะมีการสร้างกล้ามได้ดี ลดไขมันได้ดี แต่มันถือว่าเป็นตัวที่แย่มากสำหรับการเพิ่มพละกำลังทั้งนี้น่าจะมาจากการที่ตัว HGHเองนั้นไม่มีความเป็นandrogenicเลย แต่อย่างไรก็ตามนักกีฬาหลายคนพบว่าหลังจากใช้HGHแล้วมีพละกำลังมากกว่าเดิมมาก ทั้งๆที่ขัดกับทางทฤษฏีโดยสิ้นเชิง ทั้งนี้เราจึงได้แบ่งแยกผู้ทดลองออกเป็นสองกลุ่มคือ กลุ่มหนึ่งใช้HGH แล้วไม่ออกกำลังกาย กับ อีกกลุ่มใช้HGH แล้วออกกำลังกาย เราพบว่าในผู้ที่ไม่ออกกกำลังกายนั้นไม่พบความแข็งแรงเพิ่มขึ้นมากแต่อย่างใด แต่ในกลุ่มผู้ที่ออกกำลังกายกลับพบว่าความแข็งแรงนั้นเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยการใช้HGHนั้นเรามักใช้ร่วมกับพวก steroid, T3 และ insulin การใช้HGHร่วมกับยาอื่นๆ HGH, Insulin, T3, IGF-1 และ steroid มักใช้คู่กันเพื่อเพิ่มกล้ามเนื้อเป็น combo เพราะ Insulin มีความสามารถในการนำสารอาหารเข้าสู่เซลล์ T3มีความสามารถในการเผาผลาญไขมัน IGF-1มีความสามารถในการสร้างกระดูกอ่อนใหม่ซี่งทำให้เกิดการป้องกันอาการบาดเจ็บ และsteroidก็มีความสามารถในการสร้างกล้ามเนื้อ สิ้งเหล่านี้บวกกับผลที่ผมได้พูดมาทั้งหมดเกี่ยวกับHGH นั้นจะรวมกันเป็นstackที่สามารถสร้างกล้ามเนื้อได้ดีมาก เพราะว่าIGF-1นั้นเมื่อมีในปริมาณจากภายนอกเข้ามาภายในร่างกายมากเกินร่างกายมันจะสั่งให้ร่างกายหยุดผลิต HGH แต่ว่าการใช้testosteroneหรือฮอร์โมนเพศชายนั้นจะทำให้มันไปขัดไม่ให้ร่างกายหยุดผลิตHGH ทำให้ตัวIGF-1ได้ผลมากขึ้นโดยที่ร่างกายเราก็ยังผลิตHGHอยู่ เรื่องการตรวจจับ HGHนั้นไม่สามารถถูกตรวจจับได้และยังไมส่งผลต่อการกดฮอร์โมนเพศชายโดยธรรมชาติ

การใช้steroidมักกดการผลิตฮอร์โมนเพศชายธรรมชาติฉะนั้นการใช้steroidจึงต้องมีการพักยา เพื่อให้ฮอร์โมนเพศชายในร่างกายเราได้มีการถูกกระตุ้นให้ผลิตบ้าง แต่HGHนั้นไม่มีการกดฮอร์โมนเพศชายธรรมชาติแต่อย่างใดฉะนั้นมันจึงเหมาะที่จะเป็นสะพาน หรือ bridge ระหว่าง คอร์ส steroid เพื่อรักษากล้ามเนื้อและทำให้เรามีการพัฒนาต่อไป
HGH นั้นยังเป็นยาที่ช่วยลดเรื่องรอยเหี่ยวย่นตามตัวและใบหน้าเนื่งจากHGH เป็นสิ่งที่มีความสามารถในการสร้างเซลล์ใหม่และสิ่งทีสร้างง่ายสุดคือผิวหนัง อีกทั้งยังเป็นตัวdetoxหรือล้างพิษตับ ลดระดับcholestrolol ลดอาการเหนื่อยง่าย และพัฒนาสุขภาพโดยรวม รวมถึงเรื่องการฟื้นฟูสมรรถภาพทางเพศ

การใช้HGHตามจุดประสงค์ 1iuต่อวัน เพื่อลดรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้า 2iuต่อวัน เพื่อเรื่องริ้วรอย และเรื่องการลดไขมันในร่างกาย 4iuต่อวัน เพื่อการสร้างกล้ามเนื้อและพัฒนาความแข็งแรงของเอ็นและข้อต่อ หากใช้4iuต่อวันควรจะแบ่งเป็น 2iuเช้า และ2iuเย็น เพราะตัว HGHนั้นมีครึ่งชีวิตที่สั้นมาก ทำให้ระดับมีการขึ้นเร็วและลงเร็ว การใช้HGHครั้งละมากๆ โดยไม่แบ่งออกเป็นหลายๆครั้งกับการฉีด อาจทำให้ร่างกายเกิดอาการบวมน้ำได้ เนื่องจากระดับHGH และระดับ estrogenนั้นเกี่ยวข้องกันโดยตรง

2010-05-31

7-KETO

7-Keto-DHEA

Description:
7-Keto (3-Acetyl-7-Oxo-dehydroepiandrosterone) is a naturally occurring metabolite of DHEA (dehydroepiandrosterone). In the body, 7-Keto is not converted into testosterone or estrogen to any appreciable degree. 7-Keto, as a downstream metabolite of DHEA, is produced in the body during the degradation of DHEA. 7 Keto can be measured in the blood as a ketosteroid.

Claims:

  • Improves immune system function
  • Aids in weight reduction / Thermogenic
  • Supports thyroid function
  • Non-androgenic or estrogenic
  • Enhances memory

    Theory:
    Because 7-Keto is a downstream metabolite of DHEA it is promoted as being a “non-androgenic” or “estrogenic” version of DHEA. It is also promoted as a weight loss aid for its supposed thermogenic effect. Animal studies demonstrate that it can enhance thermogenesis, which may translate into weight loss. Because DHEA levels decline as we age and ketosteroids are made from DHEA, all conditions which may benefit from DHEA supplementation, may also benefit from 7-Keto.

    Scientific Support:
    7-Keto supplements, at a dose of 200mg/day in adults ~25 to 55 years of age has been shown in one poorly designed trial to enhance weight loss, aid in the reduction of body fat and effect thyroid hormone levels. This two-month study also demonstrated that 7-Keto does not significantly effect blood sugar, testosterone, estradiol, liver or kidney function, but the “significant” weight loss benefits were more do to an unbalanced study designthan to any real benefit of the supplement (the group receiving the supplement were significantly heavier/fatter at the start of the study compared to the control group). Another study showed that 200mg/day of 7-Keto for 8 weeks does not effect dihydrotestosterone (DHT), estradiol, cortisol and insulin levels in men 18-49 years of age. Several animal studies have demonstrated that 7-Keto, like other anabolic hormones, can induce thermogenic enzymes. One trial with 7-Keto demonstrated that it could bolster interleukin 2 production in lymphocytes, but this study was conducted in cells (in vitro) and not in humans. 7-Keto has also been shown in mice to improve memory (water maze procedure).

    Safety:
    7-Keto appears to be safe in doses of 200mg per day. The two human trials to date have not shown any androgenic or estrogenic effects of high dose supplementation. Many of the claims for 7-Keto are based on petri dish studies, animal research and cell line studies, thus the data and findings cannot be carried over to the human model.

    Value:
    The scientific evidence for using 7-Keto as either an anabolic agent or for promoting weight loss is quite weak and more research is needed to substantiate if any of the popular claims made for this supplement are indeed justified.

    Dosage:
    The few human trials have used a 200mg/day dose – but commercial supplements typically provide about 50mg/day.
  • 7-Keto DHEA Vs DHEA

    If you've been doing research on DHEA, you've probably also heard of 7-Keto DHEA. But what is the difference and which one is the right one for you?

    7-Keto DHEA is a biologically active metabolite of DHEA that promotes better health and energy without the potential side effects of increased amounts of hormones. 7-Keto DHEA boosts the immune system by increasing the production of certain types of white blood cells; it increases energy and metabolism by activating enzymes in the liver that boost the rate of thermogensis (the process by which fat is burned).

    7-Keto has all the non-hormonal effects of DHEA, and may even be more potent in this regard. However 7-Keto will not have some of the effects that DHEA has such as improved libido.

    DHEA is the most plentiful hormone in the human body, but its production declines with age. As the levels of DHEA decrease, so does this important metabolite, 7-KETO. The levels of DHEA and its numerous derivatives, manufactured in the adrenal glands, begin to decline after the age of 30 with about a 50% decline by the age of 40 and about 85% decline by the age of 70. As these hormone levels decline during the aging process, there are some detrimental physiological and anatomical effects which occur as a result. These include a reduction in protein biosynthesis which lead to a loss in muscle mass, and reduction in bone tissue regeneration which causes a loss of bone mass (a risk factor for osteoporosis). Other effects include the decline in the metabolic rate which causes an increase in fat accumulation, a decline in various immune system functions, and an increased rate of memory loss.

    One of the effects n of 7-KETO in a double blind, placebo controlled human, clinical trial was the stimulation of liver enzymes, which increase heat production using fat as the primary source of energy. Naturally, this resulted in the reduction of adipose fat tissue when combined with exercise. Other clinical studies in humans indicated 7-KETO improved immunity and also memory-related functions. In all cases, 7-KETO was demonstrated to be substantially more effective than DHEA without the sex hormone related, side effects.

    The safety evaluation of 7-KETO has been done through observations from an extensive number of pre-clinical and clinical safety studies in both humans and animal subjects. In all cases, 7-KETO was consistently found to be safe for human consumption as a dietary supplement.





    7-keto 7 metabolic pathways

    ลดไขมันด้วยกลไกการเผาผลาญอย่างธรรมชาติ 7วิธี

    1.เร่งอัตราการเผาผลาญในร่างกายอย่างธรรมชาติ

    2.ป้องกันการทําลายกล้ามเนื้อ ทําให้เมื่อลดน้ำหนักแล้ว ไม่โทรม กล้ามเนื้อคมกระชับไม่เหลว

    3.นําไขมันเก่าที่สะสมในบริเวณต่างๆออกมาใช้เป็นพลังงานหลัก

    4.ป้องกันไม่ให้ร่างกายเก็บสะสมไขมันใหม่

    5.ข้อนี้เด็ดสุดช่วยในการเผาผลาญแป้ง สําหรับคนที่ทานแป้งแล้วอ้วนง่าย

    6.ช่วยลดอาการหน้าบวม ทําให้รูปหน้าดูเรียวเป็นรูปไข่

    7.ลดปริมาณไขมันอุตตันในเส้นเลือด

    Featured 7-Keto Product

    check it out